ที่ไหนดี
ราคา
ทันตกรรมมหิดล
ผ่าฟันคุด
ฟันปลอม
thai
eng
จัดฟันมหิดล

 

 

 

 

 

         

เสียวฟัน

อาจารย์ ทันตแพทย์ ดร.สุธิดา  พูลทอง
ภาควิชาทันตกรรมหัตถการ
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ ฟันดี สุขภาพดี
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

คำถาม     ทำไมจึงเสียวฟัน
คำตอบ   ก่อนที่เราจะทราบว่าทำไมถึงเสียวฟันได้ เราควรจะรู้ว่าฟันประกอบด้วยอะไรบ้างก่อนคือ ฟันทั้งซี่ ประกอบด้วย เนื้อฟัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนหรือเป็นโครงของตัวฟันที่เราเห็น โดยจะมีเคลือบฟันหุ้มตัวฟันที่อยู่เหนือเหงือก สำหรับรากฟันก็จะมีเคลือบรากที่หุ้มเนื้อฟันอยู่เช่นกัน สรุปแล้วเนื้อฟันจะถูกหุ้มด้วยเคลือบฟันที่อยู่เหนือเหงือก และถูกหุ้มด้วยเคลือบรากฟันที่ในตำแหน่งอยู่ในเหงือก สำหรับด้านในก็จะเป็นโพรงประสาทฟัน ซึ่งจะเป็นที่อยู่ของเส้นประสาทฟันและที่อยู่ของเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงตัวเนื้อฟัน ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆ ก็เหมือนกับว่า เรามีมะละกอหนึ่งลูก แล้วเราผ่าเปลือก ข้างนอกก็จะเป็นเคลือบฟัน เนื้อก็จะเป็นเนื้อฟัน ส่วนแกนด้านในที่เป็นโพรงก็จะเป็นที่อยู่ของประสาทฟัน สรุปแล้วคือ ฟันเรามีชีวิต มีอาการเสียว เจ็บหรือปวดได้ แต่ตัวเนื้อฟันเองไม่ได้เป็นเนื้อแน่นๆ ตัวเนื้อฟันจะประกอบด้วยท่อเนื้อฟันเป็นล้านๆ ท่อ เล็กมาก ในท่อแต่ละท่อก็จะมีเส้นประสาทยื่นเข้าไป และมีของเหลวที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทอยู่ตามท่อฝอยเล็กๆ เหล่านั้น นี่คือส่วนประกอบคร่าวๆ ของตัวฟันซึ่งต้องปูพื้นไว้สักนิดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เดี๋ยวอธิบายถึงเรื่องเสียวฟัน จะได้พอมีความเข้าใจ

คำถาม  ไม่น่าเชื่อว่าฟันที่อยู่ในปากของเราเป็นซี่ๆ นี้จะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เยอะแยะ มากมายถึงกับเป็นล้านๆ ท่ออย่างที่คุณหมอว่าเมื่อสักครู่ ถ้าพูดถึงเรื่องของอาการเสียวฟัน จะเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง
คำตอบ    เรื่องเสียวฟันนี้รู้สึกว่าทุกคนคงได้ประสบกันมาหมดแล้ว เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกับว่าคนเราเมื่อเวลาโดนหยิกจะต้องมีอาการเจ็บ มันเป็นการป้องกันของร่างกายอย่างหนึ่งที่จะให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีที่จะเกิดขึ้นกับเรา ถ้าเราไม่มีอาการเสียวฟันหรือปวดฟันเลย เราก็จะไม่รู้ว่ามีฟันผุ อย่างนี้เป็นต้นและทำไมถึงมีอาการเสียวฟัน อย่างที่เรียนให้ทราบแล้วว่า เนื้อฟันประกอบด้วยท่อเล็กๆ ที่มีเส้นประสาทฟันหล่อเลี้ยง พร้อมกับของเหลวที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทฟันอยู่ เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน ก็จะทำให้ไปกระตุ้นเส้นประสาทและทำให้เราเกิดการเสียวฟัน การเคลื่อนไหวของของเหลวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เมื่อของเหลวโดนความเย็นของเหลวจะหดตัว ก็จะเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน ดังนั้นเราก็จะรู้สึกเสียวฟัน

คำถาม     นอกจากความเย็นแล้ว บางคนบอกว่าความร้อนก็ทำให้เสียวฟันได้เหมือนกันใช่หรือไม่
คำตอบ    ใช่ ปกติแล้วส่วนใหญ่การเสียวฟันมักจะเกิดจากความเย็นมากที่สุด อันดับสองมักจะเกิดจากการขัดสี ไม่ว่าจากแปรงสีฟันหรือบางครั้งรู้สึกว่าฟันเป็นรอยและเราเอาเล็บไปขูดก็อาจจะเสียวได้ หรืออาจจะเอาไม้จิ้มฟันไปขูด ก็อาจจะเสียวได้เพราะการที่เราเอาเล็บหรือไม้จิ้มฟันไปขูด จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวได้เช่นกัน และความร้อน ของหวานของเปรี้ยวก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความดันออลโมติคในตัวท่อเล็กๆ เมื่อโดนของหวาน ความร้อน ความเย็นก็จะเกิดการหดตัว ขยายตัว ก็จะเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวและทำให้เกิดการเสียวฟัน

คำถาม     มีท่านผู้ฟังเคยถามมาว่าทำไมเวลาที่ไปพบหมอฟันและบอกหมอว่าเสียวฟัน คุณหมอจะต้องถามว่า ชอบรับประทานของเปรี้ยวหรือเปล่า อันนี้ก็เปนสาเหตุหนึ่งที่ให้เสียวฟันนั่นเอง อยากให้คุณหมอพูดถึงสาเหตุ  ของการเสียวฟันว่า จริงๆ แล้วมีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง
คำตอบ    สาเหตุของการเสียวฟันมีมาก แต่เราสามารถแยกเป็นใหญ่ๆ ได้ 2 ส่วน คือ เกิดจากความบกพร่องของฟันเองและเกิดจากความบกพร่องของวัสดุฟัน เช่น ถ้าตัวฟันมีการร้าวเกิดขึ้น น้ำก็จะสามารถซึมลงไปได้ เมื่อน้ำซึมลงไปได้ก็เกิดการเคลื่อนไหวของเหลว ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความเย็น น้ำหวานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็เสียวได้ หรือมีวัสดุอุดฟันอยู่ และวัสดุอุดฟันร้าว แตก ก็ทำให้ความร้อน ความเย็น หรือของหวาน ซึมผ่านลงไปได้ หรือแม้ฟันผุเอง แบคทีเรียจะผลิตกรดออกมาละลายเนื้อฟัน เมื่อเนื้อฟันถูกละลาย พวกท่อเนื้อฟันที่มีเส้นประสาทฟันก็ถูกเปิดสู่สภาพแวดล้อมในช่องปากภายนอก ก็จะเกิดการเสียวฟันเช่นกัน หรือมีวัสดุอุดฟันที่เป็นโลหะสีเงินหรือสีทอง ถ้าเกิดรับประทานอาหารเย็นมาก ๆ เช่น ดื่มหรือทานน้ำเย็น น้ำแข็งโลหะจะนำความเย็นความร้อนก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟันได้อีกเช่นกัน ยังมีสาเหตุอีกมากมายส่วนใหญ่แล้วอาการเสียวฟันมักจะมาจากความผิดปกติของวัสดุอุดฟัน หรือตัวฟันเองจึงทำให้เกิดการเสียวฟัน

คำถาม    อุดฟันมานานเกือบเจ็ดปีแล้ว ตอนนี้มีอาการเสียวฟัน และสังเกตเห็นว่าวัสดุอุดฟันอยู่ต่ำลงใช่สาเหตุของ การเสียวฟันหรือไม่และต้องแก้ไขอย่างไร
คำตอบ   ถ้าวัสดุอุดฟันต่ำลง แต่ขอบไม่รั่วไม่น่าจะเสียว แต่อาจจะเสียวได้ หากว่าวัสดุอุดฟันนี้บางเกินไป เมื่อรับประทานอาหารที่มีความร้อนความเย็น วัสดุอุดฟันที่บางไม่อาจจะเป็นฉนวนกันความร้อนความเย็นที่จะผ่านลงไปถึงเนื้อฟันที่ใกล้กับโพรงประสาทฟัน ก็อาจจะเกิดการเสียวฟันได้ แต่ถ้าเกิดการเสียวฟันแล้ว ทางที่ดีที่สุด คือให้ทันตแพทย์ตรวจให้ เพราะบางครั้งอาจจะเกิดจากตัวฟันเอง เช่น อาจจะมีฟันสึกข้างๆ และอาจจะรับประทานของเปรี้ยวมาก เกิดฟันสึกก็อาจจะเสียวได้ โดยที่วัสดุอุดไม่ได้เป็นอะไร หรืออาจจะมีวัสดุอุดแตกร้าวเองก็ได้ ซึ่งบางครั้งฟันก็แตกร้าวเองได้ บางครั้ง ทันตแพทย์ก็ค่อนข้างจะใช้ความลำบาก ค่อนข้างจะยากกว่าจะหาสาเหตุเจอ เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือ ต้องไปหาทันตแพทย์และให้ทันตแพทย์เป็นผู้ตรวจให้ว่าการเสียวฟันนี้เกิดจากอะไร

คำถาม    เมื่อสักครู่คุณหมอบอกว่าวัสดุอุดฟันบางลง ทำไมในครั้งแรกที่อุดไปแล้วไม่มีอาการเสียว
คำตอบ   ปกติแล้วเราจะอุดวัสดุให้หนาประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร แต่เนื่องจากการบดเคี้ยวใช้งานเคี้ยวเนื้อ เคี้ยวน้ำแข็งหรือเคี้ยวอะไรเหนียวๆ เกิดการขัดสีตลอดเวลา ทั้งฟันและวัสดุอุดจะเกิดการขัดสีกันและสึกกร่อนเป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นวัสดุอุดพวกนี้จะบางลง ถ้าวัสดุอุดเป็นชนิดสีเหมือนฟันจะมีความอ่อนกว่าเคลือบฟันของฟันที่สบอยู่ด้านตรงข้ามเพราะฉะนั้นเมื่อของแข็งขูดกับของอ่อน ของอ่อนจะสึกมากกว่าวัสดุอุดฟันก็จะบางลงๆ นอกจากนี้ บางครั้งเมื่อเราแปรงฟันไม่สะอาดมีคราบจุลินทรีย์เกาะอยู่เยอะ พวกนี้จะผลิตกรดออกมาทำให้ผิวของวัสดุอุดฟันชนิดสีเหมือนฟันอ่อนนุ่มลงได้กว่าเดิมทั้งเนื้อฟันเองและเนื้อผิวของวัสดุอุดฟัน สามารถอ่อนนุ่มลงได้จากการโดนกรดไม่ว่าจะเป็นดรดจากน้ำอัดลมหรือจากของเปรี้ยวที่เรารับประทาน พวกนี้จะทำให้เนื้อฟันนิ่มลงทั้งนั้นและมีผลทำให้ฟันสึกและเตี้ยลงไปเรื่อยๆ

คำถาม     อายุของการอุดฟันโดยใช้วัสดุสีเงิน ที่ท่านผู้ฟังบอกว่าอุดมาเกือบ 7 ปีแล้ว แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องไปทำใหม่ใช่หรือไม่
คำตอบ    ถ้าบอกว่าอุด 7 ปี แต่ถ้าใช้งานดี หมายความว่าแรงบดเคี้ยวพอสมควรไม่มากนัก ไม่ทำงานหนักเกินไปบางครั้ง 7 ปีก็ยังใช้ได้ เพราะฉะนั้นต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมินว่า วัสดุที่อุดนี้สึกมากเกินไปหรือไม่ ขอบยังดีอยู่หรือไม่ มีรอยแตกร้าวหรือไม่ ถึงแม้ว่า 7 ปีแล้วบางคนกลับมายังมีสภาพดีก็ยังเก็บไว้ได้ หรือบางคนกลับมาแล้วมีรอยขรุขระนิดหน่อยก็อาจจะใช้แค่วิธีขัดมัน แล้วให้คนไข้กลับได้โดยไม่ต้องรื้ออุด แต่ถ้ามาตรวจแล้วเจอรอยแตกร้าว ขอบรั่วซึ่งจะเป็นผลให้จุลินทรีย์ลงไปตามซอกรอยแตกของขอบ จะทำให้เกิดการผุต่ออันนี้แน่นอนว่าต้องรื้อออกให้หมดและอุดใหม่

คำถาม     ถ้ามีอาการเสียวฟันเกิดขึ้นกับเรา เราจะมีทางแก้ไขอย่างไรบ้าง
คำตอบ    ถ้าเกิดอาการเสียวฟันเกิดขึ้นกับเราแล้ว หลักการง่ายๆ คือ ทำอย่างไรถึงจะหยุดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟันให้ได้ มีหลายวิธี เช่น หมอฟันบางท่านอาจแนะนำให้ใช้ยาสีฟันชนิดที่แปรงแล้วมีการตกตะกอนของผลึกของสารประกอบบางชนิด โดยผลึกจะไปตกตะกอนแล้วอุดหรือบล๊อคบริเวณปากท่อเนี้อฟัน เมื่อผลึกที่ตกตะกอนไปบล๊อคตรงท่อ แล้วการเคลื่อนไหวของของเหลวภายในท่อจะลดลง หรือแบคทีเรียเองจะเข้าไปในท่อเนื้อฟันก็ลำบากขึ้น ทำให้อาการเสียวลดลงได้เช่นกัน

คำถาม     ฟันที่มักจะมีอาการเสียว มักจะเป็นฟันซี่ไหนเป็นส่วนใหญ่
คำตอบ    ถ้าเป็นฟันปกติ โดยยังไม่มีรอยอุดหรือรอยรักษาจากทันตแพทย์ ส่วนใหญ่มักจะเป็นซี่กรามน้อยประมาณ 38% โดยเฉพาะบริเวณคอฟันจะเป็นบริเวณที่มีความโค้งนูนมากที่สุดเมื่อแปรงฟันไม่ถูกวิธี คอฟันจะเป็นจุดที่ถูกเลื่อยก่อนและจะถูกเลื่อยเป็นร่องลงไป ซึ่งจะพบมากในคนไข้ที่มาที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเห็นเป็นร่องเนื่องจากถูกแปรงสีฟันเลื่อย นั่นคือรอยสึก หรืออาจเกิดจากบิดตัวของฟันบริเวณคอฟัน ทำให้เกิดการแตกของเคลือบฟันและเนื้อฟันเป็นร่องได้เช่นกัน รองลงไปมักจะเป็นฟันหน้าและฟันเขี้ยว ไปถึงซี่สุดท้ายคือ ฟันหลัง นอกจากการสึกจากรอยตรงคอฟันแล้วอาจเป็นไปได้ว่า ในกรณีฟันหลังที่ใช้งานหนักๆ แล้วสึกลงไปเยอะ ก็อาจจะเสียวได้เช่นกัน โดยเฉพาะท่านสุภาพสตรีที่ชอบรับประทานของเปรี้ยว เช่น เม็ดบ๊วยหรือของเปรี้ยวทุกอย่างรวมถึงน้ำอัดลมที่มีความเป็นกรดสูง หรือน้ำส้มสายชู อาหารประเภที่กล่าวมา จะมีความเป็นกรดและความเป็นกรดนี้จะทำให้เนื้อฟันนุ่มลง ได้ถึงประมาณ 4 เท่า ในขณะที่มันนุ่มลงและเราไปเคี้ยวมัน มันก็จะถูกขัด ถูไถออกไปได้ง่าย แต่ถ้าเราดื่มน้ำอัดลมและดื่มนมตาม หรือบ้วนปากด้วยน้ำที่มีฟลูออไรด์ความนิ่มก็จะกลับแข็งขึ้นมาได้ เนื่อจากจะมีกระบวนการ ที่เราเรียกว่า demineralization คือ แร่ธาตุของฟันจะถูกละลายออกมาเนื่องด้วยความเป็นกรด เมื่อถูกละลายออกมาแล้ว ในน้ำลายของเราจะมี บัฟเฟอร์ คาพาซิตี้ ซึ่งจะลดความเป็นกรดลงและกลับมาเกิดการ remineralization คือเอาแคลเซียมหรือฟลูออไรด์หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีอยู่ในช่องปาก เสริมกลับเข้าไปให้แข็งกลับดังเดิมได้ ถ้ากระบวนการนี้ครบวงจร ฟันเราก็กลับมาคงสภาพเดิม แต่ถ้ายังไม่ครบวงจร เราเกิดไปถู ไปขัด ไปเคี้ยวมันก่อน มันก็จะสึกออกไปได้ง่ายกว่าปกติ อันนี้เป็นข้อควรระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่านสุภาพสตรีที่ชอบรับประทานของเปรี้ยวๆ

คำถาม     คนไข้ไปขูดหินปูนที่คลีนิกแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะไปขูดหินปูน ฟันด้านหน้าที่เป็นฟันใหญ่ๆ 2 ซี่นี้ ไม่มีอาการ เสียวเลย พอขูดหินปูนไป รู้สึกว่าคุณหมอเอาเครื่องมืออะไรมาเจียรตรงด้านในของฟันหน้า 2 ซี่ หลังจากนั้นก็กลับมาดื่มน้ำตามปกติ แล้วเกิดอาการเสียวฟันขึ้นมา ถึงไม่ดื่มน้ำ แต่สูดลมหายใจเข้าไป ก็ยังเสียวฟันด้านหน้า ผ่านมา 4-5 วัน แล้วก็ยังเป็นอีก น่าจะเกิดจากอะไร
คำตอบ    เมื่อเราขูดหินปูน หินปูนที่หุ้มรากฟันอยู่ จะถูกกะเทาะออกไป รากฟันก็จะสัมผัสกับน้ำลาย โอกาสที่ของเหลวในท่อเนื้อฟันเคลื่อนไหวเนื่องจากความเย็น ความร้อน หรือโดนลมก็จะมีได้มากกว่า เพราะเราไม่มีหินปูนบังไว้แล้ว แต่ถ้าเราจะเก็บหินปูนไว้ ก็ไม่ดีเพราะหินปูนจะทำลายเหงือกทำให้เหงือกร่นลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดหินปูนออก เนื่องจากมีเหงือกร่น และเพิ่งขูดหินปูนออกใหม่ๆ เป็นปกติที่จะต้องมีอาการเสียวฟันบ้าง แต่ร่างกายของเราจะมีการป้องกันตามธรรมชาติ คือ สักพักท่อเนื้อฟันจะตีบลงๆ เกิดจากสิ่งกระตุ้นเช่น โดนลม โดนน้ำ เสียวบ่อยๆ ร่างกายเราจะผลิตแคลเซียมหรือสารอนินทรีย์บางชนิดเมาปิดท่อเนื้อฟันโดยธรรมชาติ ทำให้ท่อเนื้อฟันตีบลงเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้ว ประมาณ 20-40% จะมีอาการดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์จากรายงานการวิจัย แต่ในแต่ละตัวบุคคลอาจจะมีความแตกต่างกันของการเสียวฟันเพราะฉะนั้นคงต้องให้เวลาสักนิด แต่ถ้าเป็นเดือนแล้วยังไม่หายคงต้องให้ทันตแพทย์ดูอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทันตแพทย์คงต้องหาวิธีแก้ไขโดยอาจจะทำการเคลือบฟันทำให้หายเสียว แต่คิดว่ากระบวนการ กลไกการป้องกันตนเองตามธรรมชาติของฟันเราจะทำให้อาการเสียวฟันดีขึ้น แต่ต้องให้ระยะเวลานิดหนึ่ง

คำถาม     กัดของแข็งทำให้ฟันแตกตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้วตอนนี้เริ่มมีอาการเสียวฟัน ต้องถอนออกหรือไม่หรือจะมีวิธีอื่นที่ไม่ต้องเสียฟันไป
คำตอบ    ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฟันผุหรือฟันแตก เราพยายามจะเก็บรักษาฟันให้มากที่สุด โดยใช้วิธีการรักษารากฟันเข้าช่วยและเสริมเดือยใส่ครอบฟัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นในปัจจุบันเราจะลดการถอนฟันลงไปได้มาก ในกรณีที่กัดของแข็งแล้วฟันแตก จะต้องทราบก่อนว่าฟันที่แตกนี้อยู่เหนือเหงือกหรืออยู่ใต้เหงือก ถ้าอยู่เหนือเหงือกนี้ไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่ว่าเราก็หาทางอุดปิดเพื่อไม่ให้เนื้อฟันหรือท่อเนื้อฟันสัมผัสกับน้ำลาย ก็จะหายเสียวไปเอง ถ้ากรณีที่กัดของแข็งแล้วฟันแตกลงไปใต้เหงือก จะทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น จะต้องมาเอ็กซเรย์ และตรวจวิเคราะห์ดูว่า แตกลงไปใต้เหงือกแค่ไหน จะบูรณะขึ้นมาได้หรือไม่ ถ้าสุดวิสัย คือ แตกลงไปใต้เหงือกลึกมาก คงต้องถอน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเก็บไว้ได้

คำถาม   ลูกชายอายุ 5 ขวบ มีฟันแทรกอยู่ข้างใน ฟันหน้าข้างล่างมีแรกซ้อนเข้ามาอีกซี่หนึ่ง ควรจะไปให้คุณหมอดูหรือไม่
คำตอบ   ควร เพราะ 5 ขวบ นี้ฟันถาวรเริ่มขึ้นแล้ว ฟันข้างหน้าที่ขวางอยู่คือ ฟันน้ำนม แต่โดยธรรมชาติแล้ว ถ้าฟันขึ้นตรงกันพอดี รากของฟันน้ำนมจะละลายและหลุดไปเอง แต่ถ้าฟันขึ้นไม่ตรงกันจะทำให้เกิดฟันซ้อนแก ถ้าฟันน้ำนมยังแน่นอยู่อาจต้องให้ทันตแพทย์ถอนออกเพื่อให้ฟันถาวรขึ้นได้ดี แต่ถ้าฟันน้ำนมโยกแล้วอาจจะรอดูอาการให้หลุดเองโดยธรรมชาติก็ได้

คำถาม     ฟันข้างนอกโยก ต้องไปเอาออกใช่หรือไม่และมีเลือดออก
คำตอบ   จริงๆ แล้วจะให้หลุดไปเองตามธรรมชาติก็ได้ แต่ควรระวังว่า ถ้าโยกมาก กลางคืนมันอาจจะตกลงไปในคอได้ถ้าไปเอาออกจะดีกว่า เพราะถ้าพลาดตกคอไปจะติดหลอดลม จะมีปัญหา และที่มีเลือดออกเพราะว่ามันโยกไปโยกมาทำให้เหงือกเลือดออกซึ่งเป็นปกติของเด็กทุกคน และถ้าถึงขั้นมีเลือดออกแล้วเด็กก็จะมีอาการเจ็บบ่อยควรให้ทันตแพทย์เอายาชาแต้มและดึงออกก็จะหายไปเอง

คำถาม    แล้วฟันจะเสมอกันหรือไม่ เพราะซ้อนอยู่ข้างใน
คำตอบ    ปกติแล้ว ลิ้นกับริมฝีปากของเราจะโค้งและเป็นตัวกำหนดความโค้งของฟัน นอกจากในกรณีที่ว่าฟันกับขากรรไกรมีขนาดไม่เหมาะสมกัน หมายความว่า ฟันใหญ่ ขากรรไกรเล็กก็อาจจะซ้อนแก หรือฟันเล็ก ขากรรไกรใหญ่ก็อาจจะเกิดฟันห่างแต่ถ้าทุกอย่างเหมาะสมกัน ริมฝีปากกับลิ้นก็จะบังคับให้ฟันอยู่เป็นรูปโค้งสวยงามตามปกติ

คำถาม    ลูกชายอายุ 1 ขวบ 8 เดือน สังเกตุดูฟันข้างล่างด้านหน้า ประมาณ 3 ซี่ ส่วนที่ติดกับเหงือกจะมีสีเหลืองๆ ไม่ทราบว่าตรงนี้คืออะไร
คำตอบ   ส่วนใหญ่แล้วสี จะบอกได้ 2 อย่าง คือ มักจะเป็นคราบลุลินทรีย์เกาะอยู่ ถ้าเป็นเศษอาหารเหรือคราบจุลินทรีย์เราสามารถเอาผ้าก๊อซ หรือผ้าขาวบางธรรมดาขูดหรือเช็ดออกได้ แต่ถ้าขูดออกแล้วไม่หายและมีลักษณะเป็นรอยเว้าลงไป เนื้อผิวฟันไม่เรียบ แสดงว่าตรงนั้นเกิดการผุ เพราะปกติผิวฟันต้องเรียบเป็นเงามัน ถ้าตรงนั้นเป็นสีเหลืองเข็มและด้าน สีไม่สะท้อนแสง มีรอยเว้าเล็กน้อย แสดงว่าเริ่มผุแล้ว

คำถาม    อายุ 1 ขวบ 8 เดือน ก็เริ่มผุได้แล้วหรือ
คำตอบ    เป็นไปได้ เพราะบางครั้งโดยเฉพาะด้านใน เด็กดื่มนม และหลับไป นมจะแช่ค้างอยู่กับฟันตลอดคืน แบคทีเรียจะใช้นมเป็นอาหาร และผลิตกรดออกมาทำลายเนื้อฟันของเด็กเพราะฉะนั้นจะทำให้เด็กไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็เกิดฟันผุได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือ ก่อนนอนหลับควรจะให้ดื่มน้ำตามอย่างน้อยที่สุดเพื่อลดความเข็มข้นของอาหารแป้งสำหรับแบคทีเรีย

คำถาม     การที่เราได้ยินเสียงโลหะเสียดสีกันแล้วเสียวฟันเกิดจากอะไร
คำตอบ    คงเป็นความรู้สึกของแต่ละบุคคล เพราะบางคนได้ยินก็ไม่เสียว บางคนก็เสียว คงไม่เกี่ยวกับการเสียวฟัน

คำถาม     เด็กอายุประมาณ 2 ขวบ บอกว่ามีความรู้สึกเจ็บที่ฟัน แต่ตรวจดูแล้วก็ไม่มีฟันซี่ใดที่ผุ ในเด็กจะมีอาหารเสียวฟันได้หรือไม่
คำตอบ   ได้ แต่บางครั้งต้องแยกให้ออก เด็กอาจจะอธิบายไม่ถูก เช่น เสียวกับปวดต่างกันอย่างไร เสียวคืออาการที่ แปล๊บขึ้นมา แต่ปวดจะปวดต่อเนื่อง บางครั้ง เด็กเป็นแผลในช่องปากซึ่งมักจะเรียกกันว่าแผลร้อนใน เป็นดวงขาวๆ เขาจะไม่สามารถแล้วอธิบายให้เราฟังก็จะบ่นว่าเจ็บ หมอตรวจไม่พบว่ามีการปวดฟันหรือฟันผุ จริงๆ แล้วเป็นแผลเล็กๆ อันเดียว ไม่นานก็หายเพราะฉะนั้นตรงนี้ค่อนข้างจะลำบาก แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็คงจะอธิบายหรือบอกกันเข้าใจได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเป็นเด็กก็คงต้องใช้การตรวจให้ดีว่ามีฟันผุจริงหรือไม่ หรือเหงือกเป็นแผลหรือไม่เหงือกอักเสบหรือไม่

คำถาม    การขูดหินปูนจะมีปัญหากับตัวฟันหรือไม่ จะทำให้เนื้อฟันบางลงหรือไม่
คำตอบ    การขูดหินปูนจะใช้ความถี่ในการสั่นของเครื่องเคาะเพื่อจะกะเทาะ ให้หินปูนแตกออก ไม่ใช่ไปขูดหรือไปกรอแบบที่เรากรอฟัน เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทำให้เนื้อฟันสึกนอกจากกรณีที่หมอฟันอาจจะทำรุนแรงมาก คือ กด กรีดลงไป อาจจะทำให้สูญเสียเนื้อฟันลงไปได้บ้าง แต่ถ้าทำอย่างถูกต้องแล้วจะเป็นการกะเทาะให้หินปูนแตกออก และร่อนเป็นแผ่นๆ ออกมาเอง แต่เรื่องเสียวฟัน คงต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเดิมฟันมีหินปูนคลุมอยู่ ความร้อนความเย็นก็โดนหินปูนซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไว้ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรกันแล้วเมื่อโดนความร้อนความเย็นก็จะเริ่มเสียว แต่ในอนาคตอันใกล้ คือ อาจจะ 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน ความต้านทานของร่างกายจะทำให้ท่อเนื้อฟันตีบลงเองโดยธรรมชาติ ความเสียวก็จะเริ่มลดลง

คำถาม     แล้วใช้ระยะเวลาแค่ไหนถึงจะไปขูดหินปูน
คำตอบ   ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมีความสามารถในการดูแลฟันได้ดีแค่ไหน คือถ้าให้ทันตแพทย์ดูให้ ก็จะประเมินได้ว่าควรจะมาประมาณ 6 เดือนต่อหนึ่งครั้ง หรือถ้าแปรงฟันได้ดีมากก็อาจจะมาปีละครั้ง เป็นต้น คงต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมิน

คำถาม    เรื่องเหงือกบวม 1-2 เดือน เป็นหนึ่งครั้ง เกิดจากสาเหตุอะไร
คำตอบ   คิดว่าจะมีปัญหาเรื่องโรคเหงือกแล้ว ถ้ามีอาการเหงือกบวม คือ มีเชื้อโรค แบคทีเรียมากมายเข้าไปเกาะตามเหงือกและผลิตกรด ผลิตสารที่เป็นพิษออกมามากมายทำให้เหงือกบริเวณนั้นอักเสบ เมื่อเกิดการอักเสบก็จะบวม แดง ร้อนเป็นอาการอักเสบปกติ เพราะฉะนั้นเหงือกนั้นก็จะบวมขึ้นมาหรืออีกกรณี อาจเกิดจากรากฟันเป็นหนองแล้วเกิดการอักเสบบวมขึ้น

คำถาม     ตื่นเช้ามาบางครั้งเหงือกบวม มีสาเหตุจากการแปรงฟันไม่สะอาด
คำตอบ    ก็เป็นไปได้ เพราะตอนกลางคืน น้ำลายอาจจะแห้งความเข็มข้นของเชื้อโรคก็จะสูงขึ้น แต่ถ้าเราบ้วนน้ำก็จะเจือจางลง เพราะฉะนั้นเมื่อเราตี่นมาบางครั้งจะมีกลิ่นปากหรือเหงือกบวมเป็นเพราะว่าเชื้อโรคสะสมเยอะมากตลอดคืน ก่อนนอนที่สำคัญที่สุดคือต้องพยายามแปรงฟันให้สะอาดที่สุด พยายามกำจัดเชื้อโรคให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้มิฉะนั้นตอนกลางคืนจะเป็นเวลาของเชื้อโรคที่จะทำลายทั้งฟันและเหงือก

คำถาม    ถอนฟันผุออกไปแล้วแต่ตอนนี้ฟันข้างเคียงเริ่มมีอาการเสียวฟัน เป็นเพราะอะไร
คำตอบ   เมื่อถอนฟันที่ผุออกไปแล้วตรงกลางจะเป็นโพงคิดว่าเหงือกคงจะร่นลงไป พอเหงือกร่นแล้วรากฟันสัมผัสกับน้ำลาย ปกติแล้วรากฟันควรจะมีเหงือกคลุมอยู่ เมื่อรากฟันหดหรือเหงือกร่นลงไปสัมผัสกับน้ำลาย ก็จะมีโอกาสเสียวฟันได้สูงเพราะฉะนั้นคงต้องให้เวลาสักพัก ถ้าหากไม่หายจริงๆ ทันตแพทย์คงมีวิธี เช่น ปัจจุบันมีเรซิน ซึ่งถ้าจะเรียกว่าเคลือบเรซินก็คงจะได้ วิธีการคือ จะใช้กรดอ่อนๆ กัดตรงเนื้อฟันทำให้ท่อเนื้อฟันเปิดกว้างขึ้นและเอาเรซินทาลงไปให้ซึมเข้าไปในท่อให้หมดและฉายแสงให้แข็ง ตอนนี้เรซินก็จะไปปิดปากท่อเนื้อฟันทั้งหมด เมื่อมีความร้อนความเย็น ของเหลวภายในท่อเนื้อฟันทั้งหมด เมื่อมีความร้อนความเย็น ของเหลวภายในท่อเนื้อฟันจะเคลื่อนไหวได้ยากขึ้น เพราะเรซินบล็อคท่อเนื้อฟันทั้งหมดแล้ว อาการเสียวฟันจะลดลง นี่ก็เป็นวิธีที่ทันตแพทย์กำลังใช้กันอยู่เพื่อลดอาการเสียวฟัน

คำถาม     ถ้ายังไม่มีอาการเสียวฟันแต่อยากป้องกันไว้ก่อน ไม่อยากให้อาการนี้เกิดขึ้นกับเรา จะมีข้อแนะนำในเรื่องการป้องกันการเสียวฟันอย่างไรบ้าง
คำตอบ   เจ้าของฟันต้องมีความรู้ว่าทำไมถึงเสียวฟัน เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ฟันผุก็จะเกิดจากฟันสึก ดังนั้น ต้องแปรงฟันให้ถูกวิธี อย่าคิดว่าแปรงแรงๆ แล้วจะสะอาด แปรงให้ได้แรงที่พอเหมาะแต่ถูกวิธีให้ทั่วถึงจะดีกว่า ฟันก็จะไม่สึก เนื้อฟันก็ไม่ถูกขัดสีออกไป เมื่อเคลือบฟันและเคลือบรากฟันอยู่ครบฟันก็ไม่ถูกขัดสีออกไป เมื่อเคลือบฟันและเคลือบรากฟันอยู่ครบฟันก็จะไม่เสียว และอีกกรณีหนึ่งคือ ถ้าเราแปรงฟันไม่สะอาด มีคราบจุลินทรีย์เกาะอยู่ คราบจุลินทรีย์พวกนี้ก็จะผลิตกรดหรือผลิตสารพิษ (toxin) ต่างๆ มาทำให้เกิดการเสียวฟันได้เช่นกัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงง่ายที่สุด คือ ต้องระวังเรื่องอาหาร อาหารเปรี้ยวรับประทานได้แต่ต้องพยายามบ้วนน้ำตามหรือน้ำอัดลมก็เช่นกัน เมื่อเราดื่มน้ำอัดลมแล้วเอาฟันครูดกันจะรู้สึกว่าสากๆ หรือเรียกว่าเข็ดฟัน เพราะน้ำอัดลมมีความเป็นกรดสูงมากทำให้เนื้อฟันถูกกัดไปแล้วผิวก็จะหยาบ พร้อมที่จะหลุดออกได้ถ้าเราเอาอะไรไปขูด ถ้าเราบ้วนน้ำที่มีฟลูออไรด์หรือดื่มนมก็จะมีแคลเซียมจะไปเสริมความแข็งแรง สรุปแล้ว ระวังเรื่องแปรงฟัน การใช้งานและอาหาร

คำถาม     ยาสีฟันที่มีการโฆษณาที่เห็น ๆ กันอยู่ทุกวันนี้สามารถที่จะแก้อาการเสียวฟันได้จริงหรือไม่
คำตอบ    จริงๆ แล้วยาสีฟันพวกนี้ได้ทำการทดลองในห้องทดลองมาเรียบร้อยแล้วและได้ผลจริง แต่เมื่อมาใช้กับฟันของคนจริงๆ แล้ว อาจจะมีองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้ผลสำเร็จลดลงไปบ้าง แต่ตามหลักการแล้วเป็นจริง คือ ต้องการให้เกลือของโลหะบางชนิดไปตกตะกอนบริเวณปากท่อเนื้อฟัน เมื่อตกตะกอนก็จะไปอุดบริเวณท่อเนื้อฟัน การเคลื่อนไหวของน้ำในท่อเนื้อฟันก็เกิดได้น้อยลง หลักการใหญ่ๆ ก็คือ ทำอย่างไรจะลดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน

คำถาม    ใช้แล้วจะสามารถแก้ได้ทันทีทันใดเลยหรือไม่
คำตอบ    ไม่ได้ ต้องใช้เวลาพักใหญ่เพราะถ้าต้องการจะแก้ทันทีทันใดต้องไปหาทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะใช้เรซินเคลือบ หรือบางแห่งใช้เลเซอร์ยิงเนื้อฟันบริเวณผิวให้หลอมละลายปิดปากท่อเนื้อฟัน ก็จะบล็อคปากท่อเนื้อฟันไปโดยอัตโนมัติ เป็นการรักษาด้วยความรวดเร็วคือการเสียวได้ทันที หรือบางท่านเสียวมาก ทนไม่ไหว อาจจะใช้วิธีฉีดยาชาเพื่อลดความไวของเส้นประสาท หรืออาจต้องอุดด้วยวัสดุบางชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำมันกานพลู เพื่อเป็นการลดความไวของเส้นประสาท ทำให้ฟันเราชาได้

คำถาม    กรณีที่ฟันแตกแล้วเสียวฟัน ถ้าไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลคณะทันตแทพยศาสตร์ จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร
คำตอบ   บอกได้ยากเพราะถ้าแตกแล้วอุดได้ คืออุดฟันธรรมดา ค่าใช้จ่ายก็ไม่มาก ถ้าอุดฟันโดยนิสิตทันตแพทย์จะราคาด้านละ 50 บาท สำหรับวัสดุอุดสีเงิน ถ้าแตกเยอะเป็น 2 ด้านก็ 100 บาท ถ้าแตกเยอะมากถึงขั้นอุดไม่ได้ต้องรักษารากฟันก่อน ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นไป และถ้ารักษารากฟันแล้วยังไม่สามารถอุดได้อีก เนื่องจากเนื้อฟันหายไปเยอะจะต้องครอบฟันก็อาจจะเสียค่ารักษาสูงขึ้นไปอีก ซึ่งครอบฟันเป็นการรักษาที่ค่าใช้จ่ายสูงที่สุดแล้ว ประมาณ 1,500 บาท ขอให้มาติดต่อที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมาที่แผนกผู้ป่วยนอก เราจะมีทันตแพทย์ให้บริการปรึกษาและหาสาเหตุแก้ไขให้

คำถาม    แปรงสีฟันไฟฟ้าสามารถทำความสะอาดฟันได้ดีกว่าแปรงสีฟันธรรมดาหรือไม่ และสามารถแก้อาการเสียวฟันได้หรือไม่
คำตอบ    ถ้าเทียบกันแล้ว ท่านที่แปรงฟันได้ถูกต้อง แปรงไฟฟ้าก็อาจจะสู้ไม่ได้ แต่ท่านผู้ฟังที่อาจจะละเลยการแปรงฟันพอเริ่มง่วงนอนก็เริ่มแปรงน้อยลง แปรงสีฟันไฟฟ้าจะมีประโยชน์มาก เนื่องจากแปรงจะทำงานโดยอัตโนมัติ สำหรับเด็กก็จะดีแต่บางท่านสอนให้เด็กใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าตั้งแต่เด็ก อาจทำให้แปรงฟันเองไม่เป็น เพราะฉะนั้นก็คงต้องชั่งตวงดู ถ้าแปรงเองได้ถูกวิธีก็จะดีที่สุด ถ้าคิดว่าตนเองขึ้เกียจก็อาจจะใช้แปรงไฟฟ้าช่วยได้ดี สำหรับเรื่องเสียวฟัน แปรงไฟฟ้าถ้าเราเลือกขนนิ่มขนแบบอ่อน และใช้ยาสีฟันชนิดที่มีความหยาบน้อยฟันก็จะสึกน้อย ปกติถ้าเราลองกัดหรือเคี้ยวยาสีฟันดู จะสังเกตได้ว่าจะมีผงขัดฟันเล็กๆ อยู่ ผงเหล่านี้จะใช้ทำความสะอาดฟัน ถ้าเป็นผงหยาบ ๆ ประกอบกับขนแปรงแข็งๆ จะทำให้ฟันสึกได้เยอะไม่ว่าจะแปรงไฟฟ้าหรือไม่ก็ตามขึ้นอยู่กับขนแปรงและขนาดของที่อยู่ในยาสีฟันมากกว่า

คำถาม     ลูกว่ายน้ำ เมื่อขึ้นจากสระแล้วจะเสียวฟันมาก เสียวตามปลายฟัน บางสระไม่เป็น แต่เป็นอยู่สระหนึ่ง เป็นเพราะอะไร
คำตอบ    น่าจะเป็นจากคลอรีนทำให้ความเป็นกรดของน้ำในสระสูงขึ้น และจะทให้เนื้อฟันถูกกัดกร่อนลงไปได้ เมื่อเนื้อฟันถูกกัดก็จะเกิดการเสียว

คำถาม     จะป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างไร หรือขึ้นมาจะแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่ช่วยลดการเสียวฟัน
คำตอบ    จริงๆ แล้วแค่บ้วนน้ำให้เจือจางความเป็นกรดลงก็ใช้ได้ เพราะปกติแล้วถ้าเราไม่อ้าปาก น้ำลายเราจะอยู่ในปาก น้ำลายจะเป็นตัวที่ดีที่สุดในการทำให้กรดหรือด่างหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะมาทำอันตรายฟันเราเจือจางลงไปได้ เวลาว่ายน้ำต้องอ้าปาก น้ำจะเข้ามาในปากตลอดเวลา น้ำลายจึงช่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อขึ้นมาอยู่บนบกแล้วบ้วนน้ำก็ใช้ได้ แต่มีการวิจัยอยู่บ้างว่า นักว่ายน้ำจะมีการสึกกร่อนของฟันมากกว่าปกติ ฟลูออไรด์ก็อาจจะเป็นตัวหนึ่งที่น่าจะช่วยป้องกันการกัดกร่อนได้ดี ก่อนลงว่ายน้ำในสระ ถ้าให้เด็กเคลือบฟลูออไรด์บ่อยๆ ฟลูออไรด์ก็จะทำให้ฟันแข็งขึ้นและทนต่อการกัดกร่อนของกรดมากขึ้น

คำถาม     ควรจะเคลือบระยะเวลาเท่าใดต่อหนึ่งครั้ง
คำตอบ    สำหรับเด็กสามารถเคลือบฟลูออไรด์ทุกครั้งที่ไปตรวจฟัน 3 เดือน 6 เดือนก็ใช้ได้ ไม่ต้องเคลือบทุกเดือน แต่ก็ต้องแล้วแต่ลักษณะของการใช้งานของฟันด้วย ทางที่ดีที่สุดคือ ไปให้ทันตแพทย์ดูและประเมินให้ เหมือนกับต้องมาขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน

คำถาม    มีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติมบ้าง
คำตอบ    ฟันเป็นสิ่งที่เราใช้ อย่างน้อยที่สุด คือเคี้ยวอาหาร 3 มื้อ 3 ครั้ง เพราะฉะนั้น การสึกเป็นเรื่องปกติ ทำอย่างไรจะให้สึกน้อย คือระวังเรื่องอาหาร อย่ารับประทานอาหารที่เป็นกรดมากนัก เช่น ของเปรี้ยว น้ำส้มสายชู น้ำอัดลม พวกนี้เป็นกรดหมด เมื่อกรดทำให้ฟันนิ่มแล้วเราใช้งานพอีดก็จะเสริมทำให้สึกมากขึ้น เมื่อสึกมากเคลือบฟันหายหมด ก็จะเริ่มมีการเสียวฟันและฟันจะเตี้ยลงทุกวัน แต่ถ้ารักษาฟันดี ระวังเรื่องอาหารและใช้งานให้ถูกต้อง แปรงฟันให้ถูกวิธี ฟันก็จะอยู่กับเราไปจนแก่เฒ่า ไม่ใช่ว่าฟันเราจะต้องแก่หรือพังไปตามอายุ ถ้าเรารักษาดีแล้ว มันก็จะอย่างนั้นไปตลอด การดูแลรักษาฟันที่ถูกต้องจะทำให้ฟันของเราอยู่ให้เราใช้งานไปตลอดชีวิต ฟันดีก็เคี้ยวอาหารได้ดี ส่งผลทำให้สุขภาพเราดีไปด้วย

 

อ่านบทความ - กลิ่นปาก
กลับสู่หน้าหลัก - SKT dental center ทันตกรรมโดยคณาจารย์มหิดล