thai
eng
ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม ตอน 1.
อาจารย์ทันตแพทย์ เฉลิมพล  ลี้ไวโรจน์

ถาม     ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คืออะไร
ตอบ     ทันตกรรมเพื่อความสวยงามเป็นศาสตร์สาขาหนึ่งของงานทันตกรรมในปัจจุบัน ในอดีตงานทันตกรรมส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องของการแก้ไข กำจัดพวกรอยผุหรือซ่อมแซมฟันที่มีความผิดปกติอื่นๆ ด้วยวัสดุหรือเทคนิคต่างๆ ซึ่งการคำนึงเรื่องความสวยงามค่อนข้างน้อย แต่ในช่วงหลัง 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีการตื่นตัวในการพัฒนาการรักษาทางด้านทันตกรรมมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้ฟันนั้น ๆ กลับเป็นปกติใช้งานได้แล้ว ก็ยังคำนึงถึงเรื่องความสวยงามและเป็นธรรมชาติ มีความกลมกลืนระหว่างฟันที่เราต้องรักษากับฟันซี่อื่นๆ ในช่องปาก ฉะนั้นการรักษาฟันเพื่อความสวยงามนั้น จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้ฟันที่ทำการรักษานั้นใช้งานได้ดี มีความสวยงามและเกิดความพึงพอใจของผู้ถูกรักษาด้วย

ถาม     แล้วในปัจจุบันนี้ผู้ที่มารักษาทางทันตกรรมด้วยวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงามมีมากน้อยแค่ไหน
ตอบ     ปัจจุบันนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันนี้ใคร ๆ ก็อยากให้ตัวเองดูเก๋ไก๋ โดยสังเกตจะเห็นว่าการแต่งตัวก็จะให้ดูทันสมัยสวยงามมากขึ้นตามสมัยนิยม ฟันจัดเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งบนใบหน้า ที่จะช่วยเสริมให้คนผู้นั้นดูดีได้ เพราะจะเห็นได้ว่าฟันเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่มีผลกระทบต่อบุคลิกภาพของคนที่เป็นเจ้าของได้ คือ สามารถที่ทำให้คนมีความมั่นใจหรือขาดความมั่นใจก็ได้ เช่นในบางคน ถ้าหากว่าฟันเกเรียงตัวไม่สวยหรือว่ามีฟันหายไปบางซี่ โดยเฉพาะในฟันหน้า คน ๆ นั้น ก็จะขาดความมั่นใจในตัวเอง ในบางคนมีฟันสีคล้ำหรือสีเหลืองเข้มก็ไม่กล้าที่จะยิ้ม ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง เวลายิ้มก็จะเอียงหน้าด้านที่เก๋เข้าหาคู่สนทนา หรือบางคนก็จะเอามือปิดปากเอาไว้ แต่ถ้าคนที่มีฟันที่สวยงาม มีสีสวย มีการเรียงตัวที่ดี เวลายิ้มจะมีความมั่นใจ อันนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงว่าฟันเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย และก็มีผลกระทบต่อบุคลิกภาพของคนด้วย

ถาม     สีของฟันที่สวยเป็นธรรมชาติเป็นอย่างไร
            ตอบ     สีของฟันที่เป็นธรรมชาติ ประกอบไปด้วย 3 มิติแห่งสี มิติที่ 1 โทนสี ส่วนใหญ่คนเราจะมีสีอยู่ในโทนของสีเหลือง หรือสีเหลืองผสมกับสีแดง บางครั้งจะเป็นสีน้ำตาลนิดๆ มิติที่ 2 ความเข้มของสี ฟันมนุษย์จะมีความเข้มของสีที่แตกต่างกัน มิติที่ 3 ความสว่างของสี ในฟันมนุษย์ปกติจะมีความสว่างค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเมื่อพูดรวม ๆ แล้ว ฟันมนุษย์ทั่วไปก็จะออกสีเหลืองอ่อน ๆ มีความเข้มของสีต่ำแต่จะมีความสว่างของสีมาก นอกจากนี้แล้วในฟัน 1 ซี่ ก็จะมีมิติของสีแตกต่างไปในแต่ละบริเวณ เช่น บริเวณคอฟันก็จะมีมิติของสีอย่างหนึ่ง ความเข้มของสีเหลืองก็จะมากกว่าบริเวณปลายฟัน เป็นต้น อายุก็เป็นอีกปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสีฟันมนุษย์ เช่นในฟันธรรมชาตินั้นที่ปลายฟันของคนอายุน้อย ๆ จะมีความใสมาก พออายุมากขึ้นใช้ฟันซี่นั้นในการบดเคี้ยวอาหารมากขึ้นปลายฟันที่ใสเป็นธรรมชาติก็จะหายไป โดยสรุป ฟันที่สวยเป็นธรรมชาติ 1 ซี่ ก็คือฟันที่มีสีผสมกัน เป็นมิติต่าง ๆ ภายในบริเวณต่าง ๆ ของซี่ฟัน ดูสวยเป็นธรรมชาติ ถ้าพูดรวม ๆ ทั้งหมด ก็คือฟันที่มีมิติของสีต่าง ๆ ที่กลมกลืน เข้ากันได้ดีในช่องปากนั้น

ถาม     ทันตกรรมเพื่อความสวยงามมีขอบข่ายแค่ไหน
ตอบ     ทันตกรรมเพื่อความสวยงามเป็นศาสตร์และศิลปะสาขาหนึ่งของทางทันตแพทย์ การมุ่งเน้นการรักษาจะแก้ไขความผิดปกติของฟันใน 2 อย่าง คือ อย่างแรกจะเน้นในการแก้ไขความผิดปกติของฟันในเรื่องของสีของฟัน อย่างที่สอง คือ การแก้ไขความผิดปกติของฟันในเรื่องของรูปร่างของฟัน ทำให้สีของฟันและรูปร่างของฟันดีขึ้นมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป ขอบเขตการรักษาอาจแบ่งได้คร่าว ๆ เป็น 4 อย่าง ได้แก่ (1) การขัดผิวของฟัน (2) การฟอกสีฟัน (3) การฉาบหน้าผิวฟันหรือการฉาบมุก (4) การทำครอบฟัน การรักษาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องฟันหน้า ทั้งฟันบนและฟันล่าง โดยสรุปมักจะเกี่ยวข้องกับฟันที่มองเห็นเมื่อคนไข้ทำการยิ้มหรือพูดออกมา
เทคนิคของการรักษานั้นจะเริ่มให้การรักษาผู้ป่วยจากวิธีการอนุรักษ์เนื้อฟัน (Conservative) มากที่สุด ถ้าหากไม่ประสบความสำเร็จแล้วจึงจะเปลี่ยนวิธีการซึ่งอาจจะต้องมีการกรอแต่งฟันร่วมในการรักษาด้วย แต่โดยหลักแนวคิดของการรักษานั้น ทันตแพทย์จะพยายามเลือกวิธีการอนุรักษ์เนื้อฟันไว้ให้มากที่สุด ไม่ทำลายเนื้อฟันโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญของการทำงานทันตกรรมเพื่อความสวยงาม

ถาม     จุดประสงค์ของการรักษาทางทันตกรรมสวยงาม คืออะไร
ตอบ     ให้ฟันที่ได้รับการรักษานั้น (1) มีสีที่สวยเป็นธรรมชาติ (2) มีรูปร่างที่เป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของช่องปาก รวมทั้งใบหน้าด้วย เพื่อความสวยงามที่ตอบสนองต่อความต้องการและพึงพอใจของผู้ที่ได้รับการรักษา เพราะฉะนั้นการรักษาจึงเป็นการทำเพื่อผู้ที่เข้ามารักษา ไม่ใช้ความพึงพอใจของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา แล้วบูรณะฟันเพื่อความสวยงาม เป็นศาสตร์ที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับเรื่องความสวยงาม ซึ่งไม่มีเส้นขีดจำกัดที่แน่ชัดว่าอะไรที่จัดว่าสวย อะไรที่จัดว่าไม่สวย เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นอยู่กับความสวยงาม หรือรสนิยมของแต่ละคนเพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน จุดนี้ค่อนข้างสำคัญมากในการที่ผู้ป่วยจะต้องสื่อสารหรืออธิบายความต้องการของตนให้ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ เพื่อทันตแพทย์จะได้พยายามให้การรักษาตามที่ผู้ป่วยต้องการ

ถาม     ฟันน้ำนมของเด็กจะขาวกว่าฟันผู้ใหญ่ที่เป็นฟันแท้ ใช่หรือไม่
ตอบ     ใช่ ถ้าเปรียบเทียบกับฟันผู้ใหญ่ที่สูงอายุ

ถาม     ในเรื่องของรูปร่างของฟันที่เป็นธรรมชาติหมายความว่าอย่างไร
ตอบ     หมายถึง ขนาดของฟันที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปในช่องปาก โดยจะต้องมีขนาดเฉลี่เหมาะสมกับขนาดความกว้างของขากรรไกรในแต่ละบุคคลไป และรูปร่างของฟันจะต้องถูกต้องตามสรีระของฟันนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในฟันตัดซี่หน้าก็จะมีปลายด้านตัดตรง ส่วนในฟันเขี้ยวก็จะมีปลายแหลม ส่วนในฟันตัดซี่ข้าง ๆ ก็จะมีปลายตัดตรงเหมือนกัน แต่ขนาดจะเล็กกว่าฟันตัดซี่หน้า สรุปก็คือรูปร่างของฟันที่เป็นธรรมชาติ คือรูปร่างของฟันที่ถูกต้องตามหลักสรีระของฟันในซี่นั้น ๆ แต่ในบางคนที่มีรูปร่างฟันผิดปกติ ทันตกรรมเพื่อความสวยงามก็จะสามารถช่วยได้ ยกตัวอย่างเช่น ในคนบางคนมีฟันตัดซี่ข้างแทนที่จะจะมีปลายหน้าตัด กลับมีความผิดปกติ คือ ฟันกลายเป็นซี่เล็ก ๆ ปลายแหลม ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ทันตกรรมเพื่อความสวยงามก็จะมีเทคนิคการบูรณะฟันและวัสดุที่ทำให้ฟันซี่นั้นเหมือนฟันตัดซี่ข้างได้ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

ถาม     ความผิดปกติของสีฟันเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง
ตอบ     เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ก่อนอื่นคงต้องมาทำความรู้จักกับองค์ประกอบของฟันก่อน ฟันคนเราจะประกอบด้วยส่วนชั้นนอกสุด เรียกว่า ส่วนของเคลือบฟัน ส่วนชั้นกลางจะเป็นส่วนของเนื้อฟัน ด้านในก็จะเป็นโพรงประสาทฟันซึ่งจะมีเส้นเลือด เส้นประสาทเข้ามาหล่อเลี้ยงฟันซี่นั้น ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับฟัน บางครั้งก็จะเกิดจากชั้นผิวนอกซึ่งก็คือผิวของเคลือบฟัน บางครั้งก็จะเกิดที่ชั้นของเนื้อฟัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติของสีฟัน ได้แก่ (1) คราบอาหาร บุหรี่ ชา กาแฟต่างๆ ความผิดปกติของสีฟันชนิดนี้จะเกิดที่บริเวณของผิวฟันเท่านั้น แต่ในบางครั้งติดสีมากทำให้สีฟันคล้ำกว่าปกติ เช่น อาจจะเห็นคราบของชา กาแฟ ตรงบริเวณด้านที่ประชิดเป็นสีน้ำตาลเข้มนิดๆ หรือในคนที่สูบบุหรี่จัดก็จะพบลักษณะนี้ได้เช่นกัน ซึ่งการติดสีในระดับพื้นผิวนั้น จะสามารถกำจัดออกได้ (2) ความปกติที่เกิดจากการละลายตัวของแร่ธาตุบนเคลือบฟัน ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นจุดขาวๆ บนตัวฟัน บนเคลือบฟัน เวลายิ้มจะเห็นเป็นจุดขาวๆ เหมือนตกกระบนตัวฟัน ตอนแรกอาจจะเป็นเพียงจุดขาวๆ พอเราทานน้ำชา กาแฟ หรืออาหาร สีต่างๆ ก็จะมีการแทรกซึมเข้าไปในส่วนแร่ธาตุที่ได้สูญเสียไป บางครั้งก็เลยทำให้ดูว่าเป็นจุดดำๆ บ้าง จุดแดงๆ บ้าง แต่ลักษณะรอยโรคจะเหมือนกับลักษณะตกกระ (3) ความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาจากการทานยาบางอย่างในระหว่างที่มีการสร้างฟัน คือ ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ คุณแม่ไปทานยาบางชนิดหรือเด็กที่ช่วงอายุระหว่างการสร้างฟัน (ตั้งแต่ 1 - 12 ปี) แล้ว ไปทานยาดังกล่าวซึ่งยาที่ว่านี้เรียกว่า เตตราไซคลิน (Tatracyclin) ยาชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอดีต เพื่อช่วยลดอาการเจ็บคอและแก้อักเสบ จึงพบว่าผู้ป่วยซึ่งปัจจุบันมีอายุระหว่าง 30 - 40 ปี ในปัจจุบันจะมีปัญหาฟันดำคล้ำจากยาดังกล่าว ลักษณะฟันจะเป็นสีคล้ำ สีน้ำตาลเข้ม บางครั้งจะมีแถบดำพาดบริเวณคอฟันเห็นได้ชัด สีที่เกิดขึ้นนี้เป็นความผิดปกติในระดับเนื้อฟัน ถ้ารุนแรงมากๆ ก็จะมีลักษณะเป็นรอยดำมาก ๆ

ถาม     ยาประเภทเตตราไซคลิน ห้ามใช้ในกรณีที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์หรือว่าเด็กอายุตั้งแต่ 1-12 ขวบใช่ไหม
ตอบ     ใช่ เพราะมีงานวิจัยออกมาว่า ตั้งแต่ 1 ขวบไปจนกระทั่งถึง 12 ขวบ คือตั้งแต่มีการสร้างฟัน ไม่ควรใช้ยาชนิดนี้ และงานวิจัยช่วงหลัง ๆ ที่ออกมาว่า หลังจากที่ฟันขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ควรทานยาตัวนี้อีกเหมือนกัน เพราะมีผลทำให้ฟันคล้ำลง สรุปก็คือว่า ยาตัวนี้ไม่แนะนำให้ทานเพื่อรักษาการอักเสบต่าง ๆ อย่างพร่ำเพรื่อ

ถาม     แสดงว่าในอดีตที่มีการใช้ยาชนิดนี้จนพบว่าเด็กที่เกิดมาในยุคนั้นมีฟันคล้ำ เรายังไม่ทราบผลจากการทานยานี้ใช่ไหม
ตอบ     เรายังไม่ทราบ ทางต่างประเทศเขารู้ก่อน เขาส่งยาตัวนี้มาทางบ้านเราก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะให้ผลดี แต่ยังไม่ทราบผลกระทบจนกระทั่งพอเรารู้ผลกระทบ เราก็ติดตามข้อมูลพวกนี้ช้าด้วย ทำให้เด็กยุคหนึ่งช่วงอายุประมาณ 30 - 40 ปี ในขณะนี้ ฟันจะออกสีคล้ำมาก ในยุคหลังเด็กจะไม่เป็น เพราะเภสัชกรกับแพทย์รู้และเลิกใช้กันแล้ว ยังมียาอีกชนิด คือ ฟลูออไรด์ ซึ่งมีผลดีในการช่วยป้องกันฟันผุ แต่ถ้าได้รับมากเกินไป แทนที่จะเป็นผลดีกลับเป็นผลเสีย คือฟันจะตกกระ บางครั้งรุนแรงมากถึงขนาดฟันออกสีน้ำตาลและคลือบฟันถูกทำลายไป ซึ่งต้องระมัดระวังการรับประทานฟลูออไรด์ก็ต้องอยู่ในการควบคุมของทันตแพทย์ เพราะจะมีกฎเกณฑ์มาตรฐานบางอย่างที่ทันตแพทย์จะให้กับผู้ที่มารับการรักษาโดยเฉพาะเด็กๆ

ถาม     มีคุณแม่บางคนไปหาซื้อฟลูออไรด์เอง โดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์จะมีปัญหาหรือไม่
ตอบ     อาจจะมีปัญหาได้และอันตรายด้วย เพราะถ้าทานมากเกินไปนอกจากฟันมีปัญหาแล้ว กระดูกยังเกิดปัญหาได้ด้วย กระดูกจะพรุน เปราะ หักง่าย อาจจะมีปัญหาเรื่องอื่นๆ ตามมาได้อีกด้วย ดังนั้นไม่ควรที่จะซื้อฟลูออไรด์มาทานเอง ควรจะปรึกษาทันตแพทย์ ให้ทันตแพทย์เขียนใบสั่งยามาให้จะได้รับประทานอย่างเหมาะสม

ถาม     คนไข้กับทันตแพทย์ต้องคุยกันด้วยใช่ไหมว่าอาศัยอยู่แถวไหน ใช้น้ำบริโภคอย่างไร
ตอบ     ใช่ เพราะในบริเวณที่มีปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำมากอยู่แล้วก็อาจไม่จำเป็นต้องให้ฟลูออไรด์เสริม ยกตัวอย่าง เช่น ในภาคเหนือซึ่งปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบางแหล่งซึ่งมากพอควรแล้ว เขาทานน้ำที่มีฟลูออไรด์อยู่ด้วย ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องให้ฟลูออไรด์เสริม

ถาม     ในเรื่องของน้ำบรรจุขวด ที่นิยมกันมาก บางยี่ห้อมีการผสมฟลูออไรด์เข้าไปด้วย กรณีนี้ก็ควรแจ้งหรือปรึกษาทันตแพทย์ด้วยใช่หรือไม่
ตอบ     ใช่

ถาม     นอกจากคราบอาหาร เครื่องดื่ม และยาบางชนิดแล้ว มีอะไรที่ทำให้เกิดความผิดปกติของสีฟันอีกบ้าง
ตอบ     มีการเปลี่ยนสีที่เกิดจากความผิดปกติในการสร้างฟันเอง ถ้าเกิดที่เคลือบฟัน เรียกว่า Amelogenesis imperfecta ถ้าเป็นความผิดปกติของการสร้างเนื้อฟัน เรียกว่า Dentinogenesis imperfecta สรุปก็คือรอยโรคต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ชั้นเคลือบฟันหรือว่าชั้นเนื้อฟันเกิดความผิดปกติไป เป็นโรคเกี่ยวกับพันธุกรรมซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของรูปร่างฟันร่วมด้วย

ถาม     อันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหม เพราะเป็นเรื่องของพันธุกรรม
ตอบ     หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อมารับการรักษาทางทันตกรรมเพื่อความสวยงาม ก็หาทางแก้ไขในโรคนี้ได้ สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่มีผลต่อรูปร่างฟันคือ ความผิดปกติทางระบบ ในเด็กบางคนระหว่างที่มีการสร้างฟันซี่หนึ่งนั้นอาจเกิดเป็นไข้หวัดขึ้นมา หรืออาจจะเป็นไข้อีสุกอีใส ทำให้มีความร้อนขึ้นสูง ในช่วงนั้นก็จะมีผลกระทบต่อฟันเหมือนกัน คือฟันซี่ต่าง ๆ ตรงนั้น อาจจะเกิดความผิดปกติขึ้น ฟันที่ขึ้นมาจะดูไม่มีเคลือบฟัน หรือเคลือบฟันจะดูเปราะบางมากหรือรูปร่างฟันอาจจะดูเป็นลิ่มแทนที่จะมีรูปร่างทางสรีระที่ควรจะเป็น ซึ่งความผิดปกตินี้ก็เนื่องมาจากเรื่องของความผิดปกติของทางระบบร่างกาย

ถาม     ช่วงอายุเด็กกำลังสร้างฟันจะอยู่ในช่วงใด
ตอบ     ถ้าเป็นฟันแท้ก็จะตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความเร็วความช้าด้วยของแต่ละคน บางคนฟันจะสร้างเร็ว บางคนฟันจะสร้างช้า ในระหว่างสร้าง ก็จะสร้างทั้งส่วนของตัวฟันและส่วนของรากฟันด้วย สรุปแล้วในฟันซี่แรกถึงฟันกรามซี่สุดท้ายแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มตั้งแต่ 3 เดือนหลังคลอด จนถึงอายุ 19 - 25 ปี คือสร้างถึงฟันกรามซี่สุดท้ายเลย

ถาม     ถ้าช่วงนั้นถ้ามีอะไรมารบกวน ก็อาจจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฟัน
ตอบ     อาจจะมีผลกระทบได้ หรืออาจจะไม่มีก็ได้

ถาม     โดยสรุป การรักษาทางทันตกรรมเพื่อความสวยงาม มีอะไรบ้าง
ตอบ     มีตั้งแต่การอนุรักษ์ซึ่งกรอฟันน้อยไปถึงต้องกรอฟันมาก คือ (1) การขัดครอบฟันบนผิวฟันออก เป็นการขจัดเอาเคลือบฟันออกไประดับไมครอน (Micron) เท่านั้น (2) การฟอกสีฟัน ไม่มีการทำลายฟันแต่จะใช้สารเคมีกัดฟอกสีฟันให้มีสีขาวขึ้นเท่านั้น การรักษาความผิดปกติของฟันในสองระดับนี้ จะใช้รักษาในความผิดปกติของสีฟันเท่านั้น ไม่สามารถรักษาความผิดปกติของรูปร่างฟันได้ วิธีที่ (3) คือ การทำฉาบฟัน หรือที่เราเรียกว่า วีเนียร์ (Veneer) หรือศัพท์ทางการตลาดคือ ฉาบมุก คือ การกรอเอาเคลือบฟันออกเล็กน้อย (4) การทำครอบฟัน การทำครอบฟันในเรื่องของทันตกรรมเพื่อความสวยงามจะมุ่งเน้นการทำทั้งซี่ ด้วยวัสดุบูรณะสีให้เหมือนฟัน ซึ่งไม่มีโครงโลหะรองรับภายใน คือ จะมีการกรอฟันค่อนข้างจะมากเพื่อที่จะครอบฟันลงไปทั้งซี่ วิธีที่ 3 และ 4 นี้ใช้รักษาได้ทั้งความผิดปกติของสีฟันและรูปร่างของฟันควบคู่กันไป