thai
eng
แผลในช่องปาก
รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิง กฤษณา  อิฐรัตน์

                ถาม     อะไรคือสาเหตุของการเกิดแผลในปาก
ตอบ     สาเหตุของแผลในช่องปาก มีทั้งที่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและที่ไม่ทราบสาเหตุแต่อาจมีปัจจัยชักนำหรือปัจจัยร่วมในการเกิดแผลแผลที่มีสาเหตุที่แน่ชัดได้แก่แผลที่เกิดจากการระคายเคืองหรือได้รับภยันตรายแผลที่เกิดจากการติดเชื้อเป็นต้นส่วนแผลที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนั้นอาจจะพบมีปัจจัยชักนำหรือปัจจัยร่วมด้วยได้แก่ความเครียดความวิตกกังวลนอกจากนี้โรคทางระบบของร่างกายบางโรคจะมีอาการแสดงในช่องปากร่วมด้วยได้แก่โรคผิวหนังโรคทางเดินอาหารและโรคของระบบภูมิคุ้มกันแผลในช่องปากจะมีลักษณะอาการและความรุนแรงแตกต่างกันไปบางชนิดเป็นไม่นานก็หายบางชนิดจะเป็นแบบเป็นๆ หายๆเกิดซ้ำใหม่บ่อยๆหรืออาจจะเป็นแบบแผลเรื้อรังมีอาการเจ็บมากน้อยแตกต่างกันขึ้นกับสาเหตุ

                ถาม     แผลในช่องปากที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง
ตอบ     ที่พบได้บ่อยได้แก่แผลที่เกิดจากการระคายเคืองหรือได้รับภยันตรายแผลร้อนในแผลติดเชื้อแผลติดเชื้อแผลไลเคนพลานัสซึ่งจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนรับประทานอาหารไม่ได้ทำให้ต้องมาพบทันตแพทย์

                ถาม     แผลที่กล่าวมาแล้วนั้นมีสาเหตุลักษณะอาการและการรักษาอย่างไร
ตอบ     1.แผลที่เกิดจากการระคายเคืองหรือได้รับภยันตรายเป็นแผลที่พบค่อนข้างบ่อย
สาเหตุ
สาเหตุของการระคายเคืองหรือการกระแทกอาจเกิดจากการที่มีขอบฟันคมฟันสึกฟันผุมากวัสดุอุดหลุดฟันแตกฟันบิ่นฟันปลอมที่ขอบไม่เรียบรวมถึงเครื่องมือจัดฟันทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกบริเวณกระพุ้งแก้มลิ้นเป็นรอยถลอกหรือเป็นแผลได้ฟันที่ขึ้นผิดปกติโดยเฉพาะฟันกรามบนซี่สุดท้ายฟันที่ขึ้นซ้อนเกเวลากัดจะกระแทกกระพุ้งแก้มทำให้เกิดแผลได้การเคี้ยวอาหารแข็งๆการแปรงฟันพลาดหรือในผู้สูงอายุพบบ่อยๆ ว่าเคี้ยวอาหารแข็งๆการแปรงฟันพลาดหรือในผู้สูงอายุพบบ่อยๆ ว่าเคี้ยวอาหารพลาดไปกัดกระพุ้งแก้มลิ้นหรือริมฝีปากการใส่ฟันปลอมที่หลวมหรือไม่พอดีเคี้ยวแล้วเจ็บเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของแผลในช่องปากที่พบได้บ่อย
                ลักษณะของแผล
ลักษณะเป็นแผลเฉพาะที่ตรงบริเวณที่ได้รับการกระแทกหรือระคายเคืองมีอาการเจ็บทำให้เคี้ยวอาหารลำบากโดยเฉพาะถ้าแผลอยู่บริเวณลิ้นหรือพื้นช่องปากซึ่งมีการเคลื่อนไหวโดยปกติแผลควรจะหายภายใน 1 สัปดาห์ภายหลังที่กำจัดหรือแก้ไขสาเหตุแล้วนอกจากนี้ส่วนผสมบางอย่างในยาสีฟันยาอมบ้วนปากที่ค่อนข้างแรงจะทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการแพ้ได้ทำให้เนื้อเยื่อส่วนบนๆของเยื่อเมือกกระพุ้งแก้มและเหงือกหลุดลอกออกเป็นแผลได้
                การรักษา
การรักษาแผลชนิดนี้ทำได้โดยการกำจัดหรือแก้ไขสาเหตุอมน้ำเกลืออุ่นๆวันละหลายๆ ครั้งในรายที่เป็นรุนแรงแผลมีขนาดใหญ่เจ็บมากจำเป็นต้องใช้ยาทาเฉพาะที่ซึ่งมีส่วนผสมที่มีคุณสมบัติในการปิดแผลไม่ให้ถูกระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นรวมทั้งบรรเทาอาการเจ็บแผลด้วย
2.แผลร้อนในพบได้บ่อยเป็นแผลที่เป็นๆ หายๆ เป็นประจำพบได้ในคนทุกอายุทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่มีการระคายเคืองการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโดยเฉพาะในผู้หญิงซึ่งพบว่ามักจะเป็นแผลชนิดนี้ช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือนความเครียดความกังวลการพักผ่อนไม่เพียงพอซึ่งพบได้บ่อยในเด็กนักเรียนระยะใกล้สอบหรือในกลุ่มผู้บริหารนักธุรกิจซึ่งมักจะมีความเครียดความกังวลสูงการขาดสารอาหารได้แก่วิตามิน บี 12 (โฟลิกแอซิด)หรือภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กโรคของระบบทางเดินอาหารพบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดแผลชนิดนี้ได้
                ลักษณะของแผล
ลักษณะของแผลชนิดนี้มิได้แตกต่างกันอาจพบเป็นเพียงแผลเดี่ยวๆ หรือ 2-3 แผล มีขนาดเล็กกว่า1 เซนติเมตรจะเป็นอยู่ประมาณ 7-10 วันแผลจะหายได้เองโดยไม่มีแผลเป็นและจะเป็นใหม่ซ้ำอีกเป็นประจำอีกลักษณะหนึ่งจะพบเป็นแผลขนาดใหญ่(มากกว่า 1 เซนติเมตร)แผลจะลึกกว่าแบบแรกและมีอาการเจ็บรุนแรงมากกว่าเป็นอยู่นานกว่า 2-3 สัปดาห์หรือบางรายอาจจะเป็นเดือนหลังจากแผลหายแล้วจะมีแผลเป็นนอกจากนี้อาจจะเป็นแผลขนาดเล็กเหมือนกับแบบแรกแต่จะมีจำนวนมากกว่าประมาณ 10 แผลขึ้นไปในการเป็นแต่ละครั้งแผลชนิดนี้ส่วนใหญ่พบที่บริเวณกระพุ้งแก้มพื้นช่องปากด้านข้างลิ้นหรือใต้ลิ้นริมฝีปากด้านในลักษณะของแผลในระยะเริ่มแรกจะเป็นจุดแดงขึ้นมาก่อนประมาณ 1-2 วัน และต่อมาจะกลายเป็นแผลซึ่งจะมีอาการเจ็บมากในช่วง 2-3วันแรกทำให้รับประทานอาหารลำบากโดยเฉพาะแบบที่แผลมีขนาดใหญ่หลังจากนั้นอาการเจ็บจะทุเลาลงแผลชนิดนี้หลังจากหายแล้วมีโอกาสที่จะเกิดซ้ำเป็นใหม่ได้อีก
                การรักษา
ส่วนใหญ่เป็นการลดการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นช่วงระยะเวลาที่เป็นสั้นลงและการเกิดเป็นซ้ำห่างออกไปในกรณีที่เกิดจากการขาดสารอาหารพวกวิตามิน บี 12 การให้สารอาหารนี้จะช่วยลดความรุนแรงของอาการเจ็บจำนวนแผลระยะเวลาการหายและความถี่ของการเกิดแผลใหม่ซ้ำอีก
3.แผลติดเชื้อในช่องปากที่พบบ่อยได้แก่แผลติดเชื้อเฮอร์ปีส์ซิมเพลกซ์และแผลติดเชื้อราแคนดิดา
แผลติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์
หรือที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า “เริม” พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ที่เป็นในเด็กจะเป็นการติดเชื้อไวรัสนี้ครั้งแรกหลังจากหายแล้วจะเป็นซ้ำได้อีกบ่อยๆแต่อาการจะรุนแรงน้อยกว่าการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ครั้งแรกที่พบในเด็กในระยะเริ่มแรกจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดมีไข้อ่อนเพลียในปากจะมีอาการเจ็บประมาณ 1-2วันหลังจากนั้นจะมีตุ่มน้ำใสเล็กๆอยู่เป็นกลุ่มกระจายอยู่ทั่วไปในปากได้แก่กระพุ้งแก้มลิ้นเพดานเหงือกหลังจากนั้นตุ่มน้ำใสจะแตกออกเป็นแผลมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไม่แน่นอนมีอาการเจ็บมาก ทำให้รับประทานอาหารไม่ได้น้ำลายออกมากกว่าปกติแผลจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์
                การรักษา
แผลติดเชื้อไวรัส เฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์หรือ เริม โดยธรรมชาติจะหายได้เองภายใน 10-14 วันการรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการโดยให้ยาลดไข้ดื่มน้ำมากๆรับประทานอาหารอ่อนพักผ่อนให้เพียงพออาจให้ยาอมบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาชาเพื่อช่วยลดอาการเจ็บช่วยให้ปากสบายขึ้นดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดีแผลจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองถ้าหากอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องให้ยาต้านเชื้อไวรัสซึ่งจะต้องให้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เป็นจะได้ผลดีสำหรับแผลเริมนั้นมีโอกาสที่จะเป็นซ้ำได้ถ้าหากร่างกายอยู่ในภาวะอ่อนแอพักผ่อนไม่พอเป็นไข้หวัดขาดอาหารมีความเครียดถูกแสงแดดจัดๆหรือลมทะเลเหล่านี้เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ซ้ำใหม่ได้อีก
แผลติดเชื้อราแคนดิดา
ลักษณะของแผลติดเชื้อราแคนดิดามีได้ถึง 4 รูปแบบ คือ
แบบที่ 1พบเป็นแผลอักเสบแต่มีฝ้าขาวเช็ดออกได้ปกคลุมอยู่กระจายอยู่ทั่วไปในช่องปากแผลชนิดนี้พบบ่อยในเด็กทารกหญิงมีครรภ์ผู้สูงอายุผู้ป่วยเบาหวานผู้ที่ใช้ยาพวกสเตียรอยด์ทั้งในรูปของการทาเฉพาะที่หรือรับประทานยากดภูมิคุ้มกันผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บไม่มากรู้สึกสากๆ ในปากรับประทานอาหารไม่รู้รส
แบบที่ 2มีการอักเสบเป็นรอยแดงจัดพบที่บริเวณกระพุ้งแก้มลิ้นเพดานมีอาการปวดแสบปวดร้อนและเจ็บร่วมด้วยโดยเฉพาะที่ลิ้นทำให้รับประทานอาหารไม่ได้พบในผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ
แบบที่ 3พบในผู้ที่ใส่ฟันปลอมบนตลอดเวลาแม้เวลานอนจะพบมีการติดเชื้อราแคนดิดาที่เยื่อเมือกเพดานส่วนที่รองรับฐานของฟันปลอมทั้งหมดมีลักษณะเป็นการอักเสบสีแดงจัดบวมไม่เจ็บในรายที่เป็นมานานอาจพบมีเนื้องอกหรือการโตขึ้นของเยื่อเมือกเพดาน
แบบที่ 4ลักษณะเป็นฝ้าขาวหนาตัวขึ้นมาเช็ดไม่ออกพบที่บริเวณกระพุ้งแก้มใกล้มุมปากหรือลิ้นด้านบนแผลชนิดนี้บางครั้งอาจพบมีการอักเสบแดงร่วมด้วยมีอาการเจ็บหรือปวดแสบปวดร้อน

                ถาม     การที่แผลติดเชื้อรามีลักษณะแตกต่างกันคือ 4 รูปแบบในการให้การรักษาแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ     การให้การรักษาการติดเชื้อราแคนดิดาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนจำเป็นจะต้องให้ยาต้านเชื้อราซึ่งมีทั้งที่เป็นแบบยาน้ำอมกลั้วในปากให้ทั่วหรือยาชนิดเม็ดใช้อมให้ฟู่ในช่องปากหรือเป็นยารับประทานทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้ในรูปแบบใดรวมทั้งการใช้น้ำยาอมบ้วนปากร่วมด้วยในกรณีที่ใส่ฟันปลอมจำเป็นต้องกำจัดเชื้อราที่ฟันปลอมด้วยโดยต้องถอดฟันปลอมออกแช่น้ำยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยการใช้ยาต้านเชื้อราให้ผลดีโดยทั่วไปแล้วควรจะหายเป็นปกติภายในสองสัปดาห์

                ถาม     นอกจากแผลชนิดต่างๆ ที่กล่าวแล้วมีแผลในปากชนิดอื่นอีกหรือไม่
ตอบ     แผลในปากอีกชนิดหนึ่งซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อยมักพบในผู้ใหญ่วัยกลางคนเป็นส่วนใหญ่เรียกว่าไลเคน พลานัสซึ่งจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนเจ็บในปากทำให้รับประทานอาหารโดยเฉพาะพวกรสจัดรสเผ็ดไม่ได้เป็นเรื้อรังแผลชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นรอยอักเสบแดงและล้อมรอบด้วยเส้นลายขาวๆตรงกลางเป็นแผลสีเหลืองปนเทาพบที่บริเวณกระพุงแก้มบริเวณฟันกรามหลังที่รอยต่อระหว่างเหงือกและกระพุ้งแก้มที่ด้านข้างของลิ้นเพดานเหงือกสาเหตุของแผลชนิดนี้ไม่ทราบแน่ชัดแต่พบว่าการใช้ยาบางชนิดเช่นยาใช้รักษาความดันโลหิตสูงบางตัวมีผลทำให้เกิดรอยโรคนี้ได้นอกจากนี้พบว่าความเครียดความวิตกกังวลมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดแผลชนิดนี้และมีความรุนแรงมากขึ้นได้ไลเคนพลานัส เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งซึ่งจะมีรอยโรคทั้งที่ผิวหนังและในช่องปากหรืออาจจะพบเฉพาะที่ใดที่หนึ่งเพียงแห่งเดียวก็ได้

                ถาม     ในผู้ป่วยเอดส์พบว่ามีแผลในช่องปากเรื้อรังอยากทราบว่าเป็นแผลชนิดใด
ตอบ     ส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นแผลติดเชื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลติดเชื้อราแคนดิดาแผลติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ ซิมเพล็กซ์รวมถึงเชื้อแบคทีเรียพบได้บ่อยทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยเอดส์ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องความต้นทานของร่างกายลดน้อยลงมากดังนั้นจึงเกิดการติดเชื้อได้ง่ายและค่อนข้างรุนแรงมากกว่าในคนปกติการตอบสนองต่อการรักษาก็น้อยกว่ามักจะเป็นนานเรื้อรังหรือรักษาหายแล้วก็กลับมาเป็นใหม่อีก

                ถาม     แผลในช่องปากมีอันตรายมากน้อยเพียงใดและมีข้อแนะนำเกี่ยวกับแผลในช่องปากอย่างไร
ตอบ     โดยทั่วไปแล้วแผลในช่องปากสามารถรักษาให้หายขาดได้ไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเพียงแต่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแสบปวดร้อนมีผลทำให้รับประทานอาหารไม่ได้ซึ่งถ้าได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสมก็จะหายได้เป็นปกติเนื่องจากแผลในช่องปาก มีสาเหตุได้หลายประการการกำจัดสาเหตุถือว่าเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลที่เกิดจากการระคายเคืองเฉพาะที่ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นควรจะพบทันตแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกแผลในช่องปากที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ก็คือมะเร็งในช่องปากซึ่งส่วนใหญ่ถ้าหากได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรกก็สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ถ้าปล่อยไว้จนแผลนั้นลุกลามมากขึ้นทำให้การรักษายุ่งยากและบางครั้งสายเกินไปที่จะให้การรักษาได้มะเร็งในช่องปากบางชนิดเริ่มจากการเป็นแผลจากการระคายเคืองแต่ไม่ได้รับการกำจัดสาเหตุและการรักษาปล่อยไว้จนกลายเป็นเนื้อร้ายมะเร็งในระยะแรกอาจไม่มีอาการเจ็บทำให้ผู้ป่วยละเลยดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นควรจะรีบพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยการดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญการพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพในช่องปากอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เป็นเรื่องจำเป็นซึ่งจะช่วยให้ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติได้